Author: admin

4 เขตยอดฮิต ที่น่ามาเดินเที่ยว ในประเทศเกาหลี

ทัวร์เกาหลี วันนี้พวกเรามีสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศเกาหลีที่น่าไปเดินเล่นมากมายๆซึ่งเป็นเขตที่คนประเทศเกาหลีจะถูกใจเดินเล่นเป็นที่สุด คนไหนที่อ่ะจะมาเสพบรรยากาศแบบสไตล์ประเทศเกาหลีแล้วบรรยากาศที่แล้วพวกเราละก็ วันนี้พวกเราจะมาพารูจะกับบริเวณที่น่าไปท่องเที่ยวนี้กันเลย!! บอกเลยว่าคุณควรต้องติดอกติดใจรวมทั้งติดอกติดใจอย่างแน่แท้ 1. อิแทวอน Itaewon ตั้งอยู่ในเขต ยงซาน ตอนใต้ของ บริเวณเมียงมองป่ารวมทั้งตอนเหนือของ แม่น้ำฮัน บอกเลยว่าหากคนใดมาส่งแล้วไม่มาท่องเที่ยวตรงนี้จัดว่าพลาดอย่างแรงเลยล่ะ เพราะตรงนี้เป็นเขตที่เรียกว่ามีความอินเตอร์ที่สุดในกรุงโซล โน่นก็เพราะเหตุว่าแต่ก่อนตรงนี้ในตอนที่การรบประเทศเกาหลีทหารอเมริกันก็ได้เข้ามาตั้งฐานทัพในรอบๆนี้ เพราะว่าเหตุผลนี้นี่เองจ้ะก็เลยทำให้บริเวณที่นี้ได้ปรับปรุงแล้วก็มีความเป็นบริเวณนานาประเทศ มีร้านบูติกแฟชั่นและก็ของฝากรวมทั้งห้องอาหารสถานเริงรมย์อีกด้วย แล้วห้องอาหารนั้นก็มีหลายร้านค้าหลายชนชาติมากมายๆไม่ว่าจะเป็นห้องอาหารอิตาเลียนเยอรมันละห้องอาหารต่างแดนเยอะแยะรวมทั้งของกินไทยด้วย 2. มังวอน Mangwon ตั้งอยู่ระหว่างบริเวณฮองแดและก็แม่น้ำฮัน ตลาดมังวอนเป็นตลาดที่เต็มไปด้วยของกินที่หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นสตรีทฟู้ดประเทศเกาหลีหรืออาหารสดผักผลไม้อื่นๆบอกเลยว่าน่ารับประทานไปซะทุกสิ่งเลยจริงๆจ้ะ ซึ่งถ้าหากว่าคุณมาท่องเที่ยวตรงนี้คุณควรต้องพกเงินรวมทั้งพกกะเพาะมากินจำนวนมากโน่นก็เพราะโน่นก็น่าลิ้มลองนี่ก็น่ารับประทานไปหมด!! อ่ะ!แล้วต้องการจะบอกเลยว่าราคาของกินแต่ละอย่างงั้นไม่แพงอย่างที่คุณคิดอีกด้วยนะ แล้วเมื่ออิ่มจากอาหารแล้วคุณก็สามารถไปท่องเที่ยวเอ็งลเลอรีหรือต้องการจะไปพบหนังสือสักเล่มอ่านในตลาดที่นี้ คนไหนกันแน่ต้องการจะลองคาเฟ่ที่ประเทศเกาหลีมองสักหนึ่งครั้งตลาดมังวอนที่นี้ก็ยังมีอีกด้วยนะ โอ้ย!!มีครบไปชะหมดเลย แบบงี้จำเป็นต้องมาท่องเที่ยวแลวนะเนี่ย 3. แทฮังโน Daehakro หรือ Daehangno ในสมัยก่อนตรงนี้เคยเป็นที่ตั้งของมหาลัยแห่งชาติของโซลด้วยนะ จะเป็นที่ชายหนุ่มๆผู้หญิงประเทศเกาหลีจะมาท่องเที่ยวกันที่นี่เป็นส่วนมาก โน่นก็เพราะเหตุว่าตรงนี้เป็นที่ตั้งของโรงแสดงละครรวมทั้งการจัดเล่นละครเวทีหรือการแสดงดนตรีสดล้นหลาม ก็เลยทำให้ตรงนี้เปลี่ยนเป็นเขตที่ศิลป์และก็วัฒนธรรมแห่งหนึ่งของกรุงโซลเลย แน่ๆว่าย่านที่นี้เป็นเขตที่มีวัยรุ่นคนหนุ่มคนสาวมามากมายก็เลยทำให้ตรงนี้ไม่มีได้มีเพียงแค่โรงแสดงละครเวที แต่ว่าจะมีห้องอาหาร ร้านค้าคาเฟ่ต่างๆร้านค้าผับบาร์ ร้านรวงตางๆที่เปิดขึ้นมาเพื่อวัยรุ่นมาไปเที่ยวเล่นชิวๆกันอีกด้วย 4. ฮัปจอง Hapjeong เป็นเขตที่อยู่ไม่ไกลจากแถวฮองแด เขตที่นี้มีห้องอาหารอร่อยๆเยอะแยะมีทั้งยังผับบาร์ร้านค้าสไตล์เบเกอรี่รวมทั้งห้องอาหารประเทศญี่ปุ่น ซึ่งร้านขายของแต่ละร้านค้านั้นก็มีเอกลักษณ์ที่เป็นของตนเองอีกด้วย แปลงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเหล่าวัยรุ่นประเทศเกาหลีที่พอใจมาท่องเที่ยวและก็มานั่งจิบกาแฟกันที่นี่ ซึ่งฮัปจองจะมีห้างสรรพสินค้าที่ดังในเรื่องของเสื้อผ้าแฟชั่นอยู่ล้นหลามอย่างยิ่งจริงๆจ้ะ และก็สิ่งที่จะต้องร้องกรี๊ดๆเลยก็คือตรงนี้มีสำนักงานใหญ่ของ YG Entertainment

5 สถานที่เที่ยว ทางธรรมชาติ มาบรรเทา พักหัวใจกันที่เวียดนาม

ทัวร์เวียดนาม เวียดนามเพียงพอเอ่ยถึงชื่อนี้รวมทั้งจำเป็นต้องคิดถึงความยุติธรรมชาติบรรยากาศดีๆอย่างแน่แท้ แถมดวงดีของชาวไทยเลยที่ประเทศนี้อยู่ไม่ไกล ก็เลยทำให้ออมค่าใช้จ่ายสำหรับเดินทางไปได้มากเลยครั้งเีดยว วันนี้พวกเราจะมาเสนอแนะสถานที่เที่ยวทางธรรมชาติเวียดนาม ที่บอกเลยว่าดี๊ดีเลิศอย่างยิ่งจริงๆจ้ะ เริ่มต้องการรู้แล้วใช่ไหมจ้ะว่ามีตรงไหนบ้างหากอยากทราบตามกันมาเลยจ๊า! 1. อุทยานแห่งชาติบาเบ๋ (Ba Be National Park) สวนที่นี้ไม่ค่อยดังสำหรับนักเดินทางส่วนมากสักเท่าไหร่ ผู้ที่รู้จักสวนที่นี้ส่วนใหญ่ก็จะเป็นนักเดินทางกรุ๊ปเล็กๆสวนที่นี้บอกเลยจ้ะว่าเป็นสถานที่ที่ผู้ที่ประทับใจความเงียบควรมาอย่างยิ่ง สวนที่นี้เต็มไปด้วยความสงบเงียบและก็ยังมีอากาศที่บริสุทธิ์ ในสวนก็จะเต็มไปด้วยน้ำตกถ้ำเทือกเขาหินปูนแล้วก็ทะเลสาบที่มีความยาวมากยิ่งกว่า 8 กม. น่าดึงดูดไหมละค่ะ 2. น้ำตกบ่านซก (Ban Gioc Waterfall) เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าน้ำตกเต๋อเทียน (Detian Falls) เป็นน้ำตกที่มีความงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลกมีขนาดใหญ่เป็นชั้น 4 ของโลกรองมาจาก น้ำตกไนแอการา น้ำตกวิกตอเรีย แล้วก็น้ำตกอีกวาซู บอกให้ว่าเป็นน้ำตกที่งามที่สุดเลยนะจ้ะไม่สนเท่ห์ใจเลยที่มีความสวยสดงดงามเป็นชั้น 4 ของโลก ทั้งทิวทัศน์ทิวภาพของน้ำตกนั้นจะแปรไปตามฤดูกาลอีกด้วย เลยมาท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปีเลยละขา 3. น้ำตกดาตันลา (Datanla Waterfall) เป็นสถานที่เที่ยวทางธรรมชาติแห่งหนึ่งของเมืองแก้ว ที่เกิดขึ้นมาจากเทือกเขาหินอ่อนเป็นน้ำตกที่มิได้ใหญ่มากสูงคร่าวๆ 20 เมตร แม้กระนั้นบอกเลยจ้ะว่าที่นี่มีความสวยมากมายๆแถมตัวน้ำตกก็ยังมีหลายชั้นอีกด้วย 4. พระราชวังหมีเซิน (My Son Sanctuary) พระราชวังที่นี้เป็นนครศักดิ์สิทธิ์ที่มีความหมายอันดับหนึ่งของอาณาจักรจามขว้าง จัดเป็นโบราณสถานในศาสนาฮินดูที่ดั้งเดิมและก็บริบูรณ์ที่สุดในอินโดจีน

5 เหตุผลที่จำต้องไปประเทศเกาหลีสักหนึ่งครั้งในชีวิต!

ทัวร์เกาหลี ก็ซีรีย์จำนวนมากก็มีฉากงามๆที่กรุงโซลทั้งหมด ไม่ฉงนใจที่บางโอกาสก็ต้องการจะไปท่องเที่ยวประเทศเกาหลีบ้าง ไม่ว่าจะไปกับทัวร์ประเทศเกาหลีหรือไปด้วยตัวเอง แล้วก็หลายๆแบรนด์ในปัจจุบันนี้ก็เกี่ยวกับประเทศเกาหลีไปซะหมด ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ เสื้อฟ้า เครื่องสำอางค์ และก็อื่นๆนี่ก็เป็นเหตุผลที่ต้องการจะไปประเทศเกาหลีสักหนึ่งครั้งหนึ่งในชีวิต รวมทั้งมี 5 เหตุผลสำคัญๆที่ผู้คนจำนวนมากต้องการจะไปประเทศเกาหลีนั้นมีอะไรบ้าง มาดูกัน 1. สะกดรอยซีรีย์ ถึงจะมองเป็นเหตุผลที่มองโบราณไปแล้ว แต่ว่าจริงๆหลายๆคนก็มาท่องเที่ยวประเทศเกาหลีเนื่องจากเหตุผลนี้ เพื่อสะกดรอยซีรีย์ดัง ตัวอย่างเช่น เรื่อง The Legend of the Blue Sea ที่แสดงนำโดย ลีไม่นโฮ ด้วยเหตุว่าซีรีย์หลายๆซีรีย์มีสถานที่งามๆมากมาย หลายๆคนก็เลยต้องการมาท่องเที่ยวตามซีรีย์นั่นเอง 2. ธรรมชาติใน 4 ฤดู ประเทศเกาหลีใต้ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องของธรรมชาติทั้งยัง 4 ฤดูที่มีความสวยสดงดงามไม่เหมือนกันเป็นอันมาก ในฤดูใบไม้ผลิในมี.ค.ถึงพ.ค.ประเทศเกาหลีจะเต็มไปด้วยสีสันของดอกไม้ต่างๆในฤดูร้อนในมิถานายนถึงส.ค.อากาศจะไม่ร้อนมากก็เลยเหมาะสมกับการเล่นน้ำทะเลท่องเที่ยวป่า ในฤดูใบไม้ตกในก.ย.ถึงพ.ย.บนเทือกเขาต่างๆจะเต็มไปด้วยใบไม้สีแดงแล้วก็สลับกับสีทองคำ ตอนหน้าหนาวธ.ค.ถึงก.พ.ทั่วเมืองจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะที่ขาวมาก และไม่ว่าจะมาในช่วงฤดูไหนๆก็สามารถสัมผัสความสวยสดงดงามของในช่วงฤดูนั้นๆได้ต่างกันออกไป 3. ของกินอร่อย แม้ในประเทศไทยจะมีห้องอาหารประเทศเกาหลีที่มีเยอะมากๆ แต่ยังไงซะพวกเราก็ต้องการจะทดลองไปรับประทานเจ้าตำรับมองสักหนึ่งครั้งใช่ไหมล่ะ และก็ยิ่งเป็นของกินเจ้าตำรับที่ประเทศเกาหลีที่ทำใหม่ๆจากเตา กับบรรยากาศแบบประเทศเกาหลีของแท้และก็ยิ่งเพิ่มความอร่อยเข้าไปอีกเป็นเท่าตัว 4. แหล่งช้อปปิ้งยอดนิยม ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอางค์เสื้อผ้าแฟชั่นต่างๆของประเทศเกาหลี ก็ควรจะมีบริเวณเมียงมองป่าดงที่เป็นแหล่งช้อปปิ้งสุดได้รับความนิยม ชี้แนะเลยว่าให้ท่องเที่ยวในระหว่างตอนฤดูใบไม้ผลิ เนื่องจากว่าพวกเราจะได้ไม่ต้องตระเตรียมชุดกันหนาวมา แล้วในกระเป๋าของพวกเรานั้นก็จะมีพื้นที่ว่างเอาไว้ใส่ของช้อปปิ้งอีกเยอะ 5.

ท่องเที่ยวบาน่าฮิลล์ ดานัง เมืองเล็กๆบรรยากาศ สไตร์ยุโรป

ทัวร์เวียดนาม วันนี้พวกเราจะมาท่องเที่ยวกันที่ บาน่าฮิลล์ ดานัง (Bana Hill, Danang) เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยกลิ่นของสไตล์ยุโรป ลักษณะที่ราวกับถูกเอาเมืองยุโรปในอดีตกาลเอามาย่อให้ขนาดเล็ก แล้วเอามาไว้บนเขาของประเทศเวียดนามนั่นเอง ซึ่งเมืองที่นี้ก็ได้อยู่ห่างจากเมืองดานังราว 25 กม.แล้วตั้งอยู่บนเขาที่มีความสูงถึง 1,487 เมตร เป็นความสูงที่สูงจนถึงน่าสยองอยู่เช่นเดียวกันใช่ไหมล่ะ แล้วที่ไม่ธรรมดาเลยก็คือการเดินทางที่จะขึ้นไปท่องเที่ยวของตรงนี้นั้นต้องขึ้นเคเบิ้ลคาร์ไปเพียงแค่นั้น ขอบอกเลยว่าการขึ้นรถเคเบิ้ลคาร์ขึ้นไปนั้นด้านเป็นเคเบิ้ลคาร์ที่ยาวที่สุดในโลก ซึ่งมีระยะทางถึง 5,042 เมตร แล้วก็สูงจากพื้นดินถึง 1,291 เมตร คุณพระผู้เป็นเจ้าคนใดกันที่กลัวความสูงนี้จำเป็นต้องคิดให้ดีๆหน่อยนะคะ ด้วยเหตุว่ามันจะเป็นประสบการณ์ที่ตื่นตาตื่นใจรวมทั้งหวาดเสียวที่สุด! เข้าไปด้านในก็จะรู้สึกอย่างกับว่าเสมือนอยู่ในยุโรปมากยิ่งกว่าเวียดนามซะอีก เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมอาคารบ้านเรือนที่ในลักษณะของประเทศฝรั่งเศสโบราณที่อดให้มีความคิดว่ายุยงในยุโรปมิได้จริงๆจำต้องเตือนสติตนเองไว้ว่าอยู่เวียดนามนะคะทุกคน แม้กระนั้นบรรยากาศตรงนี้ก็จะราวกับหมู่บ้านประเทศฝรั่งเศสที่ย้อนอดีตเป็นความโรแมนติกแบบโบราณๆบวกกับอยู่บนเทือกเขาสูงด้วยทำให้บรรยากาศของตรงนี้ดีและก็ชื่นบานมากมายๆเพื่อนฝูงๆสามารถไปเที่ยวรอบหมู่บ้านได้น่าฟังว่าที่นี่เป็นเมืองเล็กๆที่มิได้ใหญ่มากนัก ทดลองเดินดูโบสถ์ที่เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์ประเทศฝรั่งเศสยุคกลาง ทั้งยังห้องอาหารทิวทัศน์ดีเว่อ ร้านขนมปังเก๋ๆและก็โฮเต็ลที่งามกระทั่งเอามากๆกระทั่งรู้สึกเสมือนได้ย้อนกลับไปในระยะเวลาเก่าๆเลยละขา มหาวิหารแซงต์เดอนีส์ (Saint Denis) จุดที่ไม่สมควรพลาดเลยก็คือโบสถ์ Saint Denis ซึ่งจำลองแบบมาจากโบสถ์ Notre-Dame ที่กรุงปารีส ข้างในของโบสถ์นั้นตกแต่งด้วยกระเบื้องสีน้ำตาลตัดกับสีขาวที่งามได้พอดีเอามากๆพร้อมลานน้ำพุโอบล้อมด้วยแปลงดอกไม้หน้าโบสถ์ เป็นสถานที่ช่างงามทุกซอกซอยเลยจริงๆ สะพานลอยฟ้า (Golden Bridge) เป็นจุดที่จะจำเป็นต้องมาท่องเที่ยวให้ได้ถ้าหากว่ามาถึงตรงนี้แล้ว บอกเลยจ้ะว่าถ้าหากมิได้มาถ่ายภาพกับที่ตรงนี้ก็เสมือนมิได้มาท่องเที่ยวบาน่าฮิลล์ เด่นของตรงนี้เนื้อเป็นจะเป็นรูปมือยักษ์สองมือรอพยุงสะพานเอาไว้ ซึ่งเป็นสะพานลอยฟ้าที่มีความยาว 150 เมตร สีทองคำ จำเป็นจะต้องมาท่องเที่ยวให้ได้นะเอ้อ! สวนสนุก

ไม่พลาด!! สถานที่เที่ยวที่ได้รับความนิยมที่โซล

ทัวร์เกาหลี ถ้าคุณต้องการจะเดินถือธงไปกับทัวร์ประเทศเกาหลี แต่ว่ารู้สึกต้องการที่จะเดินทางท่องเที่ยวประเทศเกาหลีด้วยตัวเองมากยิ่งกว่า วันนี้พวกเราจะมาชี้แนะที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในประเทศเกาหลีที่คุณจะพลาดมิได้เมื่อไปถึง รังรองว่าถึงคุณจะไปโซลด้วยตัวเองแต่ว่าก็จะได้ท่องเที่ยวอย่างสนุกสนานอย่างไม่ต้องสงสัย โซลเป็นเมืองหลวงของประเทศเกาหลีใต้ที่ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องเป็นแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของทวีปเอเชีย ไม่ว่าจะมีแหล่งผลิตภัณฑ์แบรนด์เนมแล้วก็แฟชั่นสไตล์ประเทศเกาหลีที่ได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่น ยิ่งไปกว่านี้ยังมีที่เที่ยวเยอะแยะ ตัวอย่างเช่น ถนนหนทางศิลป์ สถานที่เที่ยวทางประวัติศาสตร์ สวนสนุกและก็แหล่งของกินอร่อยๆล้นหลาม รวมทั้งหน่วยเงินที่ใช้ เป็น เงินวอน สถานที่เที่ยวที่จะต้องไปให้ได้! 1. หมู่บ้านบุกชอนฮานก เป็นหมู่บ้านประเทศเกาหลีโบราณที่ดังในประวัติศาสตร์ เนื่องจากว่าเป็นที่อยู่ของเจ้าขุนมูลนายระดับที่ค่อนข้างสูงในอดีตสมัย ตั้งอยู่ระหว่างตั้งอยู่ระหว่างวังเคียงบกกุงแล้วก็ราชสำนักชางดเว้นกกุง ซึ่งในตอนนี้ได้ถูกรักษาไว้ภาวะบ้านช่องก็เลยยังเป็นแบบเก่าที่ยังคงมองสวย 2. บริเวณวัฒนธรรมอินซา-ป่า เป็นแหล่งขายสินค้าเก่าที่ลือชื่อแล้วก็เป็นสถานที่ที่น่าท่องเที่ยวอีกที่ของกรุงโซล ในบริเวณนี้มีอีกทั้ง โรงน้ำชา ห้องอาหาร แล้วก็ร้านขายของ โดยตึกแถวนี้ก็ยังมีการตกแต่งให้เสมือนศิลปกรรมแบบประเทศเกาหลีโบราณ เป็นการจัดร้านให้เป็นแบบร่วมยุค นับได้ว่าเป็นแหล่งฮิปสเตอร์และก็แฟนของโบราณที่ไม่สมควรพลาด 3. ราชสำนักเคียงบกระอุง นับว่าเป็นศูนย์รวมประวัติศาสตร์ที่ไปที่มาของประเทศเกาหลี เนื่องจากเป็นที่ประทับของกษัตริย์ประเทศเกาหลีที่แก่มากยิ่งกว่า 600 ปี และก็ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติของประเทศเกาหลีอีกด้วย 4. ถนนหนทางโรดีโอเขตอัปกูจองป่า-กังนัม ถนนหนทางเส้นนี้นับว่าเป็นถนนหนทางที่แฟชั่นหรูของประเทศก็ว่าได้ แล้วก็เต็มไปด้วยร้านที่มีผลิตภัณฑ์แบรนด์เนมชั้นหนึ่งจากทั่วทุกมุมโลกรวมทั้งผลิตภัณฑ์แบรนด์เนมชั้นหนึ่งของประเทศเกาหลี จะต้องพูดว่าถนนหนทางเส้นนี้มีผลิตภัณฑ์ที่ล้ำยุคแล้วก็หรูหรา ไม่แพ้การไปช้อปปิ้งในแถบยุโรปรวมทั้งอมเริกาอย่างยิ่งจริงๆ 5. ตลาดทงเดมุน เป็นตลาดนัดที่ใหญ่ที่สุดของกรุงโซลแล้วก็ในอาเซียนเลยแล้วก็เป็นตลาดนัดที่ยอดเยี่ยมนิยมแห่งหนึ่ง มีผลิตภัณฑ์หลายประเภทไม่ว่าจะเป็น แฟชั่น เสื้อผ้า เครื่องเพชรพลอย จนถึงไปถึงของพื้นบ้าน ของฝาก หรือแม้แต่ของต่างๆที่ใช้สำหรับการแต่งบ้าน

พาเที่ยวลำคลอง Cheonggyecheon จุดศูนย์กลางกรุงโซล แก่กว่า 600 ปี!!

ทัวร์เกาหลี วันนี้จะพาเพื่อนพ้องๆมาท่องเที่ยว ลำคลองชอขี้งกเยชอน (Cheonggyecheon) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ลำคลองชองเกชอน หรือ ชองเคยอนในประเทศเกาหลีใต้ เป็นสถานที่ที่เมื่อได้มาท่องเที่ยวทัวร์ประเทศเกาหลีหรือมาเองก็จึงควรมาแวะท่องเที่ยวให้ได้ ทราบไหมว่าลำคลองที่นี้เป็นลำคลองที่มีมาตั้งแต่โบราณกาลตั้งแต่สมัยวงศ์สกุลโชชอน แน่ๆว่าอายุลำคลองที่นี้นั้นมีมากยิ่งกว่า 600 ปีรวมทั้งมีความยาวโดยประมาณ 11 กม.ที่ไหลผ่านกลางเมืองโซล แต่ก่อนจะมีน้ำเสียมีขยะที่ถูกทิ้งลงมาจำนวนมากด้วยเหตุว่าเป็นเขตชุมชนมาอาศัยอยู่ขอบลำคลอง แต่ว่าเมื่อมีความนำสมัยมากขึ้นเรื่อยๆลำคลองที่นี้ก็ได้รับซ่อมขึ้นมาใหม่ในปี 2003 ซึ่งเป็นโครงงานที่อยู่ภายใต้ของรัฐบาลประเทศเกาหลีก็เลยได้มีการปรับปรุงแล้วก็ซ่อมแซมลำคลองให้มีภูมิทัศน์ที่สวยสดงดงามมากยิ่งกว่าเดิม ซึ่งสำหรับการทำนั้นก็ได้มีการรื้อถอนทางยกระดับออก และเว้นที่ดินแหล่งชุมชนที่อยู่กับลำคลองที่ออกกระทั่งทำให้เปลี่ยนเป็นลำคลองที่มีภูมิทัศน์ร่มรื่นและก็งดงามน้ำที่เคยบูดเน่าก็กลับมามีความสะอาดผ่องใสอีกรอบ ปัจจุบันนี้ก็ได้เปลี่ยนมาเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของคนประเทศเกาหลีรวมทั้งชาวต่างประเทศจำนวนมาก รวมทั้งเป็นอีกจุดหนึ่งที่เปลี่ยนเป็นสถานที่เที่ยวของประเทศเกาหลีด้วย ที่คนมาท่องเที่ยวกันมากมายนั้นโน่นก็เพราะว่าลำคลองที่นี้มีสะพานทั้งผอง 20 สะพานที่วางแบบมาแบบมีคอนเซ็บที่ต่างกัน ตัวอย่างเช่น สะพานทุ่งนาแรที่เป็นผู้แทนของผีเสื้อที่โบยบิน กับสะพานกวางเกียวที่เป็นเครื่องหมายที่ความพอดีของสมัยก่อนแล้วก็อนาคต การออกแบบลำคลองของชาวประเทศเกาหลีนี้มิได้สร้างขึ้นมามั่วๆเนื่องจากแต่ละอย่างที่ได้ทำออกมาก็สื่อความหมายต่างกันออกไปนั่นเอง แล้วทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่ได้กระทำการดีไซน์นั้นไม่ว่าจะเป็นกำแพงที่ถูกแต่งแต้มตกแต่งด้วยหินอ่อนแล้วก็ประติมากรรมที่สวยด้านในนี้รวมทั้งภายนอก ซึ่งสองข้างถนนของขอบลำคลองนั้นเต็มไปด้วยร้านค้าคาเฟ่ค๊อฟฟี่ช็อปห้องอาหารที่บรรยากาศดีๆเยอะแยะเพื่อไว้นั่งพักผ่อนพักผ่อนด้วย ยิ่งหากเป็นในช่วงเวลาค่ำคืนก็จะสวยสดงดงามเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากตรงนี้จะมีการเปิดไฟแต่งแต้มตามทางเดินที่สามารถมาเดินเที่ยวได้ด้วย ซึ่งน้ำในลำคลองนั้นก็จะไหลผ่านไปยังสถานที่สำคัญสำคัญหลายที่ในโซลไม่ว่าจะเป็น พระราชสำนักด๊อกซูกุง(Deoksugung Palace) โซลพลาซ่า(Seoul Plaza) ศูนย์เซจอง(Sejong Center) ถนนหนทางอินซาป่าดง(Insa-dong Street) พระราชสำนักชางด๊อกกุง(Changdeokgung Palace) แล้วก็ราชสำนักชางยองกุง(Changgyeonggung Palace) พูดได้ว่าเป็นลำคลองที่เลี้ยงผู้คนในเมือง เป็นสถานที่ที่ควรจะมาท่องเที่ยวมากมายๆเลยละขาบางทีก็อาจจะมาแวะพักแวะท่องเที่ยวที่อื่นๆต่อ แล้วไม่ต้องเป็นห่วงเลยว่าจะปิดกี่นาฬิกาอย่างไรกลัวไปไม่ทัน เพราะว่าลำคลองชอตระหนี่เยชอนเปิดให้เข้าท่องเที่ยวดูฟรีแน่ๆ ต้องการจะมาเวลาใดก็สามารถมาได้ตลอดเวลา ต้องการจะมาท่องเที่ยวตอนไหนก็สามารถมาได้เลยจ้ะทุกฤดู ค่าเข้าชม : ฟรี

บรรเทากับสายลมธรรมชาติ กับ 4 ที่ท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น

ดำเนินงานอ่อนล้าๆมาเป็นเดือนมาเป็นปี! ก็ต้องการจะท่องเที่ยวพักกันบ้าง แล้วก็เป้าหมายที่คิดเป็นที่แรกประเทศแรกเลยก็คือท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ทัวร์ญี่ปุ่น ต้องการจะไปญี่ปุ่นมากมายแต่ว่าต้องการจะท่องเที่ยวในบรรยากาศที่บรรเทาหลีกเลี่ยงความยุ่งเหยิงในเมือง วันนี้พวกเราเลยมีสถานที่มาชี้แนะให้กับพวกท่านทุกคน มาดูกันเลยว่าที่ท่องเที่ยวธรรมชาตินั้นมีไหนน่าไปบ้าง 1. หุบเขาทาติดอยู่ชิโฮ Takachiho-kyo ตั้งอยู่ไม่ไกลกับภูเขาไฟอะโซะของเมืองทาติดอยู่ชิโฮในจังหวัดไม่ยาซากิ ยอดเยี่ยมในสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่เป็นที่รู้จักที่สุดของจังหวัดไม่ยาซากิ ซึ่งซอกเขาตรงนี้เกิดมาจากรอยแตกของเทือกเขาที่มีแม่น้ำโกติดอยู่เซะผ่านอยู่ 2 ข้าง ซึ่งจะเป็นหินชันราวกับผาซึ่งมีต้นเหตุที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟอีกครั้ง ก็เลยได้มีรูปร่างที่วนเวียนคล้ายกับมังกร ซึ่งบริเวณรอบๆทางหุบเขานั้นก็จะเต็มไปด้วยต้นไม้ที่เขียวชะอุ่ม ที่ดูแล้วรู้สึกชุ่มชื่นกระชุ่มกระชวยและก็มีบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาหายใจได้เต็มปอดมหาศาล พิกัด : เมืองไม่ยาซากิ ภูมิภาคคิวยก 2. เทือกภูเขาไฟอะโซะ Aso Mountain เป็นสถานที่เที่ยวธรรมชาติที่น่าละลานตาอีกแห่งหนึ่งเลยในประเทศประเทศญี่ปุ่น ตรงนี้มีภาวะเป็นเนินมีท้องทุ่งที่กว้างสุดสายตามากมายๆรอบๆใจกลางของเขาจะมีปรับกล่องที่ยังไม่ดับ ข้างในที่มีละอองน้ำเดือดอยู่เสมอเวลา ตรงนี้จะสามารถนั่งตะกร้าขึ้นไปดูบรรยากาศแนวเขาได้ด้วย บอกเลยว่ามาตรงนี้แล้วจะรู้สึกราวกับหลุดมาอีกโลกนึงเลย! ถ้าหากไม่เชื่อก็ลองดูด้วยตนเอง พิกัด : จังหวัดคุมาโมโต้และก็จังหวัดโออิตะ ภูมิภาคคิวยก 3. เมืองต่างจังหวัด อาราชิยาม่า Arashiyama เป็นเมืองต่างจังหวัดเล็กๆที่อยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองโตเกียว เสน่ห์ของตรงนี้จะอยู่ที่ความงามของธรรมชาติและก็ประเทศชาติในสไตล์ประเทศญี่ปุ่น สถานที่ท่องเที่ยวที่คนไม่ใช่น้อยมาท่องเที่ยวตรงนี้ล่ะก็คือจะเป็น วัด ศาลเจ้า ดงไผ่ สวนลิง และก็การนั่งรถไฟดูทิวทัศน์นี้ตอนที่ใบไม้เปลี่ยนสี คนใดที่อยากได้หลบหลีกความยุ่งเหยิงในเมือง และก็อยากได้บรรยากาศในรูปแบบใหม่ๆก็ลองท่องเที่ยวตรงนี้มอง พิกัด : เมืองเกียวโต ภูมิภาคคันไซ

5 แนว “หนังอวกาศ” ดูกี่ทีก็สนุก!

หนังออนไลน์ แนวอวกาศแนวแปลงร่าง หลายคนน่าจะชื่นชอบกันเป็นอย่างมาก เมื่อนึกถึงดินแดนลึกลับที่อยู่ไกลออกไปในจักรวาลอันกว้างอย่างนี้ รวมกับความสงสัยที่เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตนอกดวงดาวว่ามีอยู่จริงไหม? จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้มีหนังอวกาศหรือไซไฟที่หลายคนชื่นชอบและดูกี่ครั้งก็ยังสนุกเสมอ วันนี้เราจึงคัดเลือกทั้งหมด 5 เรื่องบอกเลยว่าสนุกแบบถอนตัวไม่ขึ้นอย่างแน่นอน 1 : Armageddon วันโลกาวินาศ (1998) เป็นหนังดีระดับตำนานมากๆกับภาพยนตร์เรื่องนี้ มันจะพาคุณไปลุ้นพร้อมกับเหตุการณ์วิกฤตของโลกที่ดาวหางขนาดใหญ่กำลังพุ่งเข้าหาโลกเราอย่างจัง แน่นอนว่าจะต้องเกิดหายนะครั้งใหญ่ขึ้นกับโลก ซึ่งความเป็นไปได้ที่จะช่วยโลกไว้ได้เลยก็ คือ ทีมขุดเจาะของแฮร์รี่ สแตมป์ เขาเป็นทีมขุดเจาะ ซึ่งมีเวลาเพียง 18 วันเท่านั้นที่จะฝากความหวังฉันในการช่วยโลกเอาไว้ได้ 2 : Gravity (2013) เป็นภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของทีมนักบินอวกาศ 2 คน ที่มีหน้าที่ซ่อมบำรุงดาวเทียมนอกโลก ในระหว่างที่พวกเขาปฏิบัติภารกิจอยู่นั้นก็มีเรื่องคาดไม่ถึงเกิดขึ้น จนทำให้ยานอวกาศที่ใช้เป็นที่พักอาศัยก็เสียหายจากการติดต่อจากโลก ของพวกเขาก็ลอยไปอย่างความมืดเรื่อยๆจนรู้สึกว่าเขาหมดหนทางที่จะติดต่อขอความช่วยเหลือจากโลกแล้ว 3 : Europa Report (2013) เรื่องราวที่เริ่มต้นขึ้นจากภารกิจสำรวจดวงดาวที่ชื่อว่า ยูโรป้า ซึ่งได้รวบรวมทีมนักอวกาศ 6 คนที่มีฝีมือดีจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อออกเดินทางไปสู่ดาวแห่งนี้ ซึ่งมีการคาดการณ์ไว้ว่าน่าจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่บนดาวนี้อย่างแน่นอน การเดินทางของพวกเขานั้นจะต้องใช้เวลาถึง 3 ปี นอกจากจะต้องสู้กับภาระกิจ ก็ยังจะต้องสู้กับสภาพร่างกายและจิตใจของพวกเขาด้วย บทสรุปนี้จะเป็นยังไงทุกคนต้องไปติดตาม 4

5 สิ่งที่ต้องระมัดระวัง เมื่อท่องเที่ยวเวียดนาม ด้วยตัวเอง

ชาวไทยโดยมากจะนิยมท่องเที่ยวต่างแดนที่เวียดนาม ทัวร์เวียดนาม โน่นก็เพราะว่าเป็นประเทศที่มีความงามทางธรรมชาติ รวมทั้งมีสถานที่ทางเรื่องราวประวัติศาสตร์ไว้อยู่เยอะแยะ นี่ก็เลยเป็นลักษณะเด่นรวมทั้งมนต์เสน่ห์อย่างหนึ่งของประเทศเวียดนามที่ยั่วยวนใจให้นักเดินทางมาหาอยู่ตลอด แน่ๆว่าถ้าไปยังต่างประเทศหรือไปที่ไหนก็แล้วแต่นั่นก็คือต่างบ้านต่างเมือง ซึ่งถ้าคุณไปยังประเทศต่างๆก็ควรจะมีข้อควรจะที่ควรรอบคอบสำหรับในการท่องเที่ยว แล้วคนจะเรียนรู้ไว้ว่าควรระวังอะไรไปบ้างวันนี้พวกเราก็เลยจะมาชี้แนะ สิ่งที่คุณจำเป็นต้องระวังเมื่อท่องเที่ยวเวียดนาม! สิ่งที่ต้องระวังเมื่อจะต้องท่องเที่ยวเวียดนาม 1. รถแท็กซี่หุบเงินทอน แท็กซี่เวียดนามก็จะคล้ายของคนประเทศไทยที่จะมีการแอบทุจริตค่าใช้จ่ายในการใช้โดยสารของลูกค้า รถแท็กซี่ของตรงนี้จะมีการแอบหุบเงิน เมื่อพวกเราใช้บริการแท็กซี่แล้วไปถึงที่หมายผู้ขับก็จะทอนไม่ครบแล้วจะอ้างถึงว่าขาดเงินย่อยไว้ใช้ทอน ซึ่งวิธีการแบบนี้จะมีผลให้ผู้ขับได้เงินทอนเป็นผลกำไรแบบบันเทิงใจกระทั่งทำติดเป็นนิสัย แนวทางที่แก้ก็คือจำต้องเอาเงินทอนจากผู้ขับให้ได้โดยการนั่งอยู่ในรถยนต์ จะพูดว่าแนวทางเพียงเท่านี้ก็อยู่แต่ละคนด้วย เนื่องจากบางคันนั้นก็ใช้แนวทางได้แต่ว่าบางโอกาสก็โลภกระทั่งไม่อาจจะจะเอาเงินคืนได้ 2. ให้จ่ายตลาดที่ติดราคาป้ายแจ่มกระจ่าง เวลาท่องเที่ยวเวียดนามคุณจำเป็นจะต้องเลือกร้านค้าที่ราคาแพงของที่เด่นชัด เพื่อคุ้มครองปกป้องการคดโกงราคานั่นเอง ในเวียดนามนั้นบางร้านค้าที่มิได้ติดราคาที่แจ่มแจ้งของบางชิ้นที่เช่นกันก็ยังแพงที่แตกต่างกัน อย่าว่าแต่ว่านักเดินทางที่จะโดนหลอกแม้กระทั้งคนเวียดนามที่มาจากต่างแดนก็ยังโดนหลอกได้เหมือนกัน 3. การแลกเงินกับร้านค้าขายเพชรขายทองคำที่เวียดนาม นักเดินทางคนไม่ใช่น้อยเป็นอย่างยิ่งที่จะนิยมไปแลกเงินกับร้านค้าเพชรร้านค้าทองคำที่เวียดนาม เพราะว่าตีราคาให้ที่ดียิ่งกว่าในแบงค์ จะพูดว่ากระบวนการทำแบบนั้นเกิดเรื่องที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งคุณมีสิทธิ์ที่จะโดนแบงค์เลียนแบบจากร้านค้าแลกเปลี่ยนเหล่านี้อีกด้วย ด้วยเหตุนั้นก็ไม่สมควรที่จะไปแลกเปลี่ยนกับร้านค้าพวกนั้นแต่ว่าให้แลกเปลี่ยนกับแบงค์จะดีมากกว่า ถึงแม้ว่าจะแลกเปลี่ยนแล้วได้ราคาถูกแม้กระนั้นก็ไม่มีอันตรายรวมทั้งสุขใจกว่ามากมาย 4. ระวังประเป๋า!! คุณท่องเที่ยวเวียดนามก็อุตสาหะเก็บของมีค่าเอาไว้ภายในตู้นิรภัยหรือในบังกะโล แต่ว่าถ้าจำเป็นที่จะต้องออกมาด้วยก็จำเป็นที่จะต้องเก็บไว้กับตัวข้างหน้าอย่างมิดชิด คุณทราบหรือไม่ขาว่าเวียดนามนั้นก็เป็นอีกที่นึงในโลกที่ลือชื่อในเรื่องของมิจฉาชีพล้วงสินทรัพย์นักเดินทาง ฉะนั้นเวลาท่องเที่ยวไหนก็หมั่นพินิจความประพฤติปฏิบัติของมนุษย์รอบตัวอยู่ตลอดด้วย ไม่แน่ว่าคนพวกนั้นบางทีอาจจะตีเนียนเข้ามาใกล้และลักขโมยเงินไปจากคุณ 5. อย่าถ่ายภาพมั่วนิ่มเด็ดขาด คุณอาจจะมองเห็นความประพฤติปฏิบัติของคนแปลกๆหรือนั่งตกปลาอยู่บนหาดทรายและจากนั้นก็ต้องการถ่ายภาพเก็บไว้ แม้กระนั้นหยุดก่อนเลยจ้ะ!เพราะว่าหากไม่อย่างนั้นคุณกำลังจะเสียเงินเสียทองไปแบบฟรีๆโดยที่ไม่ทันตั้งตัวเลย คนกรุ๊ปนั้นที่คุณไปถ่ายเขา เขาจะรู้สึกว่าตัวเขาเองนั้นเป็นนายแบบที่ให้ท่านมาถ่ายรวมทั้งจะเดินเข้ามาหาคุณพร้อมด้วยเรียกค่าคิดเงินอีกด้วย อย่างนี้คุณไม่สมควรจะถ่ายภาพคนใดกันเลยนอกเหนือจากตัวคุณเองแล้วหลังจากนั้นก็เพื่อนฝูงๆร่วมทิปของคุณ

5 แนว “หนังอวกาศ” ดูกี่ทีก็สนุก!

หนังออนไลน์ แนวอวกาศแนวแปลงร่าง หลายคนน่าจะชื่นชอบกันเป็นอย่างมาก เมื่อนึกถึงดินแดนลึกลับที่อยู่ไกลออกไปในจักรวาลอันกว้างอย่างนี้ รวมกับความสงสัยที่เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตนอกดวงดาวว่ามีอยู่จริงไหม? จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้มีหนังอวกาศหรือไซไฟที่หลายคนชื่นชอบและดูกี่ครั้งก็ยังสนุกเสมอ วันนี้เราจึงคัดเลือกทั้งหมด 5 เรื่องบอกเลยว่าสนุกแบบถอนตัวไม่ขึ้นอย่างแน่นอน 1 : Armageddon วันโลกาวินาศ (1998) เป็นหนังดีระดับตำนานมากๆกับภาพยนตร์เรื่องนี้ มันจะพาคุณไปลุ้นพร้อมกับเหตุการณ์วิกฤตของโลกที่ดาวหางขนาดใหญ่กำลังพุ่งเข้าหาโลกเราอย่างจัง แน่นอนว่าจะต้องเกิดหายนะครั้งใหญ่ขึ้นกับโลก ซึ่งความเป็นไปได้ที่จะช่วยโลกไว้ได้เลยก็ คือ ทีมขุดเจาะของแฮร์รี่ สแตมป์ เขาเป็นทีมขุดเจาะ ซึ่งมีเวลาเพียง 18 วันเท่านั้นที่จะฝากความหวังฉันในการช่วยโลกเอาไว้ได้ 2 : Gravity (2013) เป็นภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของทีมนักบินอวกาศ 2 คน ที่มีหน้าที่ซ่อมบำรุงดาวเทียมนอกโลก ในระหว่างที่พวกเขาปฏิบัติภารกิจอยู่นั้นก็มีเรื่องคาดไม่ถึงเกิดขึ้น จนทำให้ยานอวกาศที่ใช้เป็นที่พักอาศัยก็เสียหายจากการติดต่อจากโลก ของพวกเขาก็ลอยไปอย่างความมืดเรื่อยๆจนรู้สึกว่าเขาหมดหนทางที่จะติดต่อขอความช่วยเหลือจากโลกแล้ว 3 : Europa Report (2013) เรื่องราวที่เริ่มต้นขึ้นจากภารกิจสำรวจดวงดาวที่ชื่อว่า ยูโรป้า ซึ่งได้รวบรวมทีมนักอวกาศ 6 คนที่มีฝีมือดีจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อออกเดินทางไปสู่ดาวแห่งนี้ ซึ่งมีการคาดการณ์ไว้ว่าน่าจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่บนดาวนี้อย่างแน่นอน การเดินทางของพวกเขานั้นจะต้องใช้เวลาถึง 3 ปี นอกจากจะต้องสู้กับภาระกิจ ก็ยังจะต้องสู้กับสภาพร่างกายและจิตใจของพวกเขาด้วย บทสรุปนี้จะเป็นยังไงทุกคนต้องไปติดตาม 4